การบ้านทับตัว หรือ อนาคตทับใจ? เลือกให้เป็นก่อนสอบเข้า
แฉวิธีเอาตัวรอด! เมื่อการบ้านโรงเรียนกำลังขโมยอนาคตสอบเข้าของเรา
สวัสดีครับลูกศิษย์ที่น่ารักของครูฮีมทุกคน วันนี้ครูฮีมขอพูดเรื่องที่อยู่ในใจพวกเราหลายคน เชื่อไหมว่าช่วงนี้ครูได้รับข้อความระบายความในใจเยอะมาก บ่นกันจนอินบ็อกซ์ครูแทบแตก! เรื่องนั้นก็คือ งานโรงเรียนเยอะมากกกก ก.ไก่ล้านตัว ทั้งการบ้าน กิจกรรม กีฬาสี โครงงาน ไหนจะสอบเก็บคะแนนอีก จนหนูๆ หลายคนบอกครูว่า "ครูฮีมคะ แค่เอาชีวิตรอดไปวันๆ หนูยังเหนื่อยหอบแล้ว หนูจะเอาเวลาที่ไหนไปอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้าล่ะคะ?"

ครูฮีมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเลยครับลูก มันเหมือนหนูพยายามจะวิ่งแข่งมาราธอน แต่มีคนเอากระสอบข้าวสารหนัก 20 กิโลกรัมมาผูกติดหลังหนูไว้ แล้วบอกว่า "วิ่งให้ชนะนะลูก!" มันตลกร้ายใช่มั้ยล่ะ? หนูไม่ได้หัวช้า หนูไม่ได้ขี้เกียจ แต่หนูแค่กำลังแบกรับอะไรที่มันหนักเกินไปต่างหาก ครูเข้าใจความเจ็บปวดนี้ดีเลยล่ะครับ บางคนท้อจนแอบร้องไห้ตอนดึกๆ เพราะกลัวว่าตัวเองจะสอบไม่ติดเพียงเพราะไม่มีเวลาเตรียมตัวเลย

แต่ช้าก่อนลูกศิษย์ของครู! ในฐานะที่ครูฮีมเป็นโค้ชข้างสนามของพวกเรา ครูจะไม่ยอมให้หนูยอมแพ้เด็ดขาด! วันนี้ครูฮีมมีวิธีปลดกระสอบข้าวสารนั้นออกจากหลัง แล้วทำให้หนูวิ่งตัวปลิวไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ มาครับ เรามาดูวิธีแก้เกมนี้กันแบบเป็นขั้นเป็นตอน 1 2 3 ทำตามนี้ ชีวิตเปลี่ยนแน่นอน!

ขั้นตอนที่ 1: แยกตะกร้าผ้าให้เป็น
ลูกศิษย์ลองนึกภาพตอนเราซักผ้าดูนะ เรายังต้องแยกผ้าขาว ผ้าสี หรือผ้าที่ต้องซักมือเลยใช่มั้ยครับ? งานโรงเรียนก็เหมือนกัน หนูต้องแยกให้ออกว่างานไหนคือ "งานเอาโล่" และงานไหนคือ "งานเอาแค่รอด"
งานเอาโล่ คืองานที่มีผลต่อเกรดสำคัญ หรือเป็นวิชาที่หนูต้องใช้สอบเข้า อันนี้ต้องตั้งใจทำเต็มที่
ส่วนงานเอาแค่รอด คืองานยิบย่อย กิจกรรมบางอย่างที่ไม่ได้มีผลกับอนาคตเราขนาดนั้น ให้หนูทำแค่พอผ่าน เกณฑ์คือเสร็จและส่งตรงเวลา ไม่ต้องนั่งประดิดประดอยตกแต่งขอบกระดาษเป็นชั่วโมงๆ จำไว้นะลูก เวลาของหนูมีค่าราวกับทองคำ อย่าเอาทองคำไปแลกกับลูกอมก้อนเดียว

ขั้นตอนที่ 2: กฎของการกินของขมก่อน
เคยได้ยินไหมลูก ว่าถ้าเราต้องกินยาขม ให้รีบกินไปเลยตั้งแต่ตอนที่ยังมีแรงอยู่ การเตรียมสอบเข้าก็คือยาขมขนานแท้ที่หนูต้องกินเพื่อให้สอบติด! ครูฮีมขอท้าให้หนูตื่นเช้าขึ้นสัก 45 นาที หรือตอนที่สมองยังสดใสที่สุด จัดการอ่านหนังสือสอบ หรือทำโจทย์เลขของครูก่อนเลยเป็นอันดับแรก เพราะถ้าหนูเก็บไปทำตอนดึก หลังจากที่สู้รบกับงานโรงเรียนมาทั้งวัน สภาพหนูจะเหมือนซอมบี้แบตหมด สุดท้ายก็ผลอยหลับคาหนังสือ เชื่อครูเถอะ ลุยสิ่งสำคัญที่สุดก่อน แล้วที่เหลือหนูจะรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก

ขั้นตอนที่ 3: จับแพะชนแกะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
วิธีนี้คือไม้ตายเลยลูก! ในเมื่อหนูหนีงานโรงเรียนไม่ได้ ทำไมเราไม่เอามันมารวมกับการเตรียมสอบซะเลยล่ะ? สมมติว่าหนูต้องทำโครงงานคณิตศาสตร์ แทนที่หนูจะไปหาหัวข้ออะไรก็ไม่รู้ที่ทำเสร็จแล้วก็ทิ้ง หนูทำไมไม่เอาบทเรียนที่หนูไม่ถนัดที่สุดในข้อสอบเข้า มาทำเป็นโครงงานซะเลยล่ะ? หรือถ้าต้องท่องศัพท์ส่งครูที่โรงเรียน ก็เอาศัพท์ระดับสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปท่องส่งเลย เห็นภาพไหมลูก? เหนื่อยครั้งเดียว แต่ได้ประโยชน์คูณสอง!

ลูกศิษย์ของครูฮีมครับ ถ้าหนูลองทำตาม 3 ขั้นตอนนี้อย่างจริงจัง จากเดิมที่หนูรู้สึกเหมือนจมน้ำกำลังจะขาดใจ หนูจะเริ่มโผล่พ้นน้ำขึ้นมาสูดอากาศได้เต็มปอด หนูจะพบว่า เฮ้ย! เราก็มีเวลาวันละ 1-2 ชั่วโมงมาปั่นโจทย์เตรียมสอบนี่นา

หนูจะกลับมาเป็นกัปตันที่ควบคุมพวงมาลัยเรือชีวิตของตัวเองได้อีกครั้ง ไม่ใช่ปล่อยให้คลื่นงานโรงเรียนซัดไปซัดมาจนเรือจม ครูฮีมเชื่อมั่นในตัวพวกเราทุกคนนะลูก ศักยภาพในตัวหนูมันยิ่งใหญ่กว่าการบ้านพวกนี้เยอะ ลุกขึ้นมาจัดระเบียบชีวิตตัวเอง เริ่มตั้งแต่วันนี้เลย! ครูฮีมยืนเชียร์อยู่ตรงนี้ สู้โว้ย!
อ่านจบแล้ว ไหนลองบอกครูฮีมหน่อยสิครับว่า ตอนนี้ "งานเอาแค่รอด" ที่หนูตั้งใจจะลดเวลาทำคือวิชาอะไรหรืองานอะไร? พิมพ์คอมเมนต์บอกครูหน่อยนะ ครูรออ่านและเป็นกำลังใจให้ทุกคนอยู่ครับ! ฮึบๆ!